– SPEC –

  • หน้าจอ IPS LCD 6.3 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียด FHD+ (408 ppi)
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 712 AIE | GPU Adreno 616
  • RAM 4/8 GB
  • Storage 128 GB แบบ UFS2.1 รองรับ micro-SD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera ความละเอียด 48MP(Sony IMX586) + 8MP + 2MP + 2MP
  • กล้องหน้า 16 MP f/2.0 (Sony IMX471)
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 4035 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A)
  • ColorOS 6.0 บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie

– อุปกรณ์ในกล่อง –

สิ่งที่คุณจะได้ไป 

  1. ตัวเครื่อง realme 5 Pro
  2. เคส TPU แบบนิ่ม สีเทา
  3. ใบรายละเอียดการรับประกัน
  4. คู่มือการใช้งาน
  5. เข็มจิ้มซิม
  6. Adapter สำหรับชาร์จไฟ รองรับการชาร์จไวด้วย VOOC Flash Charge 3.0
  7. สาย USB Type-A to Type-C

– ลงลึกตัวเครื่อง –

ฝาหลังมาพร้อมกับดีไซน์คริสตัลแบบใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีการทำสีแบบ Nanometer Holographic ที่มีการเคลือบถึง 133 ชั้น ทำให้ได้ฝาหลังที่มีการสะท้อนที่สวยงามมีมิติมากยิ่งขึ้น realme 5 Pro มาด้วยกัน 2 สีคือ Crystal Green และ Sparkling Blue ที่ผมได้มารีวิวนั่นเอง ด้านข้างตัวเครื่องทั้งสองด้านมีการทำขอบโค้ง 3D ทำให้จับกระชับมือมากยื่งขึ้น โดนรวมตัวเครื่องมีการออกแบบดีไซด์ที่โด่ดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สวยงามมาก ๆ แถมมยังจับกระชับมืออีกด้วย โดยมีน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 184 กรัม

realme 5 Pro มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ใช้พาเนล IPS LCD ความละเอียด FHD+ (409ppi) ความสว่างหน้าจอสูงสุดที่ 450 nit ด้านบนมีติ่งแบบหยดน้ำ ครอบทับด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 3+ มีการทำขอบโค้ง 2.5D เล็กน้อยทั้งสี่ด้าน มีโหมดกลางคืนสำหรับถนอมสายตา จากที่ได้ใช้งานถือว่าหน้าจอค่อนข้างสวยงามให้สีสันที่สดใส ส่วนในการสู้แสงแดดจัด ๆ ถือว่าทำได้ดีในระดับนึงพอเห็นข้อมูลบนหน้าจอได้ หน้าจอทำการติดฟิลม์มาให้เรียบร้อย

ด้านบนที่เป็นติ่งหยดน้ำเป็นที่อยู่ของกล้องหน้าความละเอียด 16MP รูรับแสงกว้าง f/2.0 เลือกใชเซ็นเซอร์เป็น Sony IMX471 ด้านขอบบนสุดของตัวเครื่องคือลำโพงสำหรับสนทนานั่นเอง

realme 5 Pro มาพร้อมกับกล้องหลังมากถึง 4 ตัว โดยกล้องตัวหลักเป็นกล้องความละเอียดสูง 48 MP ใช้เซ็นเซอร์เป็น Sony IMX586 ตัวยอดนิยมที่มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/1.7 ต่อมาเป็นกล้องเลนส์อัลตราไวด์มุมกว้าง 119 องศา มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.25 ถัดมาเป็นกล้องสำหรับตรวจจับระยะของวัตถุมาช่วยในการคำนวณชัดลึกชัดตื้นในการถ่ายภาพบุคคลความละเอียด 2 MP และสุดท้ายเป็นกล้องมาโครความละเอียด 2 MP สำหรับถ่ายวัตถุระยะใกล้มาสุดที่ 4 cm.

ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือหน้าจอ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด

รองรับการใช้งาน 2 ซิมเป็นช่องแบบ Triple Slot รองรับการใส่ Micro-SD Card เพิ่มเติมสูงสุด 256GB ตัวเฟรมรอบตัวเครื่องใช้วัสดุเป็น polycarbonate

ด้านล่างตัวเครื่อง ซ้ายสุดเป็นช่อง 3.5 mm. สำหรับใช้งานหูฟัง หรือไมค์ ตรงกลางเป็น Port USB Type-C รองรับการชาร์จไว 20W ด้วยเทคโนโลยี VOOC Flash Charge 3.0 ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% เพียง 1 ชม. 20 นาที กับแบตเตอร์รี่ 4035 mAh ขวาสุดก็เป็นลำโพงนั่นเอง โดยลำโพงในรุ่นนี้ให้เสียงที่ดังดี ส่วนรายละเอียดเสียงถือว่าธรรมดาทั่วไป

ด้านบนของตัวเครื่องเป็นที่อยู่ของไมค์ตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนเวลาสนทนา

– โหมดการถ่ายภาพ –

รุ่นนี้มีโหมดการถ่ายภาพต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Portrait , Ultra 48 MP , NightScape , Expert , Pano , Time-lapse , Slo-mo , Ultra-Macro , Chroma Boost โดยโหมดที่ผมชอบมากที่สุดในรุ่นนี้คือโหมด Ultra-Macro ที่สามารถถ่ายวัตถุที่อยู่ใกล้มาก ๆ ได้ในระยะ 4 cm. ซึ่งในมือถือราคานี้น้อยรุ่นมากที่จะถ่ายได้แบบนี้ แถมในรอบนี้ยังมีเลนส์ไวดมาให้ได้ใช้งานซึ่งคุณภาพของภาพที่ได้ก็ดีเช่นเดียวกัน

– ประสิทธิภาพ –

realme 5 Pro เลือกใช้ SOC เป็น Qualcomm® Snapdragon™ 712 AIE ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno™ 616 ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมแรงเหลือเฟือต่อการใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน หน่วยความจำก็เลือกใช้เป็นแบบ UFS 2.1 ที่มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลที่ไวกว่าแบบ eMMC เดิมทำให้ในการใช้งานที่ใช้การอ่านเขียนข้อมูลทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการจัดการพลังงาน และความร้อนก็ทำได้ดี ใช้งานไม่รู้สึกร้อนเกินไป และไม่กินแบตเตอร์รี่ ส่วนใครที่ชอบดู Netflix ก็อาจจะต้องผิดหวังนิดหน่อย เพราะมาพร้อมกับระดับความปลอดภัย DRM ที่เป็น L3 ไม่สามารถดู Netflix แบบ HD ได้

– ทดสอบการเล่นเกม –

ในเรื่องของการเล่นเกม หน้าจอสัมผัสในรุ่นนี้ได้มีการพัฒนาดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว สัมผัสได้ลื่นขึ้น ยังไม่เจออาการหลอน หรือหลุดนิ้วแต่อย่างใด SOC ก็แรงเหลือสำหรับเล่นเกมยอดนิยมในท้องตลาดทั่วไป ในเกม PUBG สามารถปรับ Setting ได้สูงสุดที่ภาพแบบ HD และ Frame Rate แบบ High ในตั้งค่านี้เราสามารถเล่นได้สมูทสบาย ๆ ในส่วนของเกม ROV ที่อัพเดทล่าสุดเพิ่มกราฟิกที่มากขึ้น ก็ปรับ Setting แบบ HD ได้ เปิดโหมด Framerate สูงได้ และคุณภาพการแสดงผลสามารถปรับได้แบบ High ในตั้งค่านี้สามารถเล่นได้นิ่ง ๆ ที่ 60 fps สบายในขณะเล่นเกมอุณหภูมิเครื่องอุ่น ๆ เท่านั้นไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด และระบบจะมีเทคโนโลยี FrameBoost , TouchBoost และ Gameboost เข้ามาช่วยในการเล่นเกมอีกด้วย

–  ภาพถ่ายกล้องหลัง  –

Ultra-Wide

Normal

Night Scape mode

Macro Mode

Portait Mode

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

Portait

ใครอยากดูภาพต้นฉบับเพิ่มเติมสามารถตามลิงก์นี้ไปได้เลยครับ

https://photos.app.goo.gl/cV1YWv8mjsuXcFFa8

บทสรุป

หลังจากที่ใช้งานมาโดยรวมเจ้า realme 5 Pro ถือเป็นมือถืออีกรุ่นที่ลงตัวในการใช้งานมาก สามารถตอบโจทย์การใช้งานของเราได้สบาย ๆ ในราคาที่ย่อมเยาว์แต่ได้ทั้งสเปค และกล้องที่คุณภาพดีมาก ๆ เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกในเรทราคานี้ที่ให้กล้องหลังมากถึง 4 ตัว เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นในเรื่องของความคุ้มค่า เน้นเล่นเกม แบตอึด จอใหญ่ มีชาร์จไว กล้องเทพ แถมเครื่องสวยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ถ้าใครกำลังหาสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเน้นเล่นเกม หรือถ่ายรูปแล้วละก็ realme 5 Pro ตัวนี้สามารถตอบโจทย์ได้ครอบคลุมเลยทีเดียว แถมไม่ต้องจ่ายแพงอีกด้วย โดยภาพรวมผมค่อนข้างชอบเจ้ามือถือรุ่นนี้มาก มีการอัพเกรดมาจากรุ่นเดิมมากพอสมควร ปิดจุดด้อยจนหมดแถบจะหาที่ติไม่ได้เลย วันนี้ผมก็จบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในรีวิวถัดไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

  1. ให้กล้องหลังมามากถึง 4 ตัว คุณภาพของภาพถ่ายดีงามตามจำนวนกล้อง และกล้องหน้าคุณภาพดีขึ้นมาก
  2. รองรับการชาร์จไว 20W ด้วย VOOC Flash Charge 3.0
  3. ให้แบตเตอร์รี่มามากถึง 4035 mAh สามารถใช้งานได้เต็มวันสบาย ๆ
  4. หน้าจอใหญ่สีสันสวยงาม สัมผัสลื่นขึ้น
  5. สเปคเร็วแรง เหลือเฟือสำหรับการใช้งาน
  6. รองรับการใช้งาน 2 SIM และสามารถใส่ Micro-SD Card เพิ่มเติมได้

ข้อพิจารณา

  1. ใช้วัสดุเป็น Polycarbonate

วาร์ปในสั่งซื้อ https://bit.ly/2Bf7ok0