ขอกราบสวัสดีทุกท่านอีกเช่นเคย วันนี้ผมจะมารีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Xiaomi ที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ๆ ในต่างประเทศ มันก็คือ Mi 9T Pro (Redmi K20 Pro) นั่นเอง ที่มาพร้อมกับฉายา Flagship Killer โดยรุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วแรงเพราะมาพร้อมกับ SOC ตัวท็อปอย่าง Qualcomm® Snapdragon™ 855 มีความสามารถในการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 60fps มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.39 นิ้ว แบบไร้ติ่งกวนใจเพราะใช้กล้องหน้าแบบ POP-UP รุ่นนี้ให้กล้องหลังถึง 3 ตัวไม่พอแต่ได้มีการอัพเกรดกล้องหลังเพิ่มเติมจาก Mi 9T เดิมให้เทพไปอีกขั้น โดยกล้องหลังหลักความละเอียด 48 MP รุ่นนี้จะเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 จากเดิมที่บน Mi 9T จะเป็น Sony IMX582 แถมยังรองรับการชาร์จไวสูงสุดถึง 27W (แต่ต้องซื้อ Adapter แยก) เพิ่ม Dual GPS เพิ่มเข้ามา แถมยังใส่ Hi-FI DAC มาให้อีกด้วย เรียกได้เพิ่มเทคโนโลยีมาจัดเต็มเพิ่มความไฮเอนด์ไปอีกระดับ เราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีอะไรโหด ๆ ให้เราตื่นเต้นอีกบ้าง

– อุปกรณ์ในกล่อง –

สิ่งที่คุณจะได้ไป 

1. ตัวเครื่อง Mi 9T Pro

2.  เคสแข็งสีดำผิวด้าน

3. คู่มือการใช้งาน

4. ใบรายละเอียดการรับประกัน

5. เข็มจิ้ม

6. Adapter สำหรับชาร์จไฟรองรับชาร์จไว 18W แต่ตัวเครื่องรองรับการชาร์จไวสูงสุด 27W

7. สาย USB Type-A to Type-C

– ลงลึกตัวเครื่อง –

ฝาหลังใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass ที่มีการดีไซน์ทำขอบโค้ง 3D ทั้ง 4 ด้านที่ให้ความรู้สึกจับกระชับมือมาก ๆ กระจกเป็นสีดำที่มีความเงางามเมื่อสะท้อนกับแสงแดดขอบโค้งด้านข้างของตัวเครื่องจะสะท้อนเป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินสวยงาม และดุดัน รุ่นนี้มาด้วยกัน 3 สี คือ Carbon Black , Flame Red และ Glacier Blue ที่ผมได้มารีวิวนั่นเอง รุ่นนี้จะให้ดีไซน์ที่ดู เท่ ดุดัน เหมาะกับเกมเมอร์ แถมมีการทำสีแดงตัดตรงปุ่ม Power อีกด้วย ที่เลนส์กล้องหลังหลักก็มีการทำวงแหวนสะท้อนแสงสีเงินเช่นเดียวกัน น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 191 กรัม พร้อมกับแบตเตอรี่ 4,000 mAh รุ่นนี้มี NFC มาให้ได้ใช้งานกันด้วยนะ

Mi 9T Pro มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.39 นิ้วใช้พาเนลแบบ Amoled จาก Samsung กับความละเอียด FHD+ ครอบทับด้วยกระจก Corning® Gorilla® Glass 5 มีการทำขอบโค้ง 2.5D เล็กน้อยทั้งสี่ด้าน มาพร้อมกับขอบหน้าจอที่บางมาก ๆ แม้แต่ด้านล่างยังมีขอบบางเพียง 3.8mm เท่านั้น แถมยังไร้ติ่งกวนใจอีกด้วย จอมีการเคลือบสารลดคราบมันกับสารลดรอยนิ้วมือมาให้ หน้าจอให้สีสันสดใสสวยงาม ในการสู้แสงแดดก็ทำได้สบายเพราะมีโหมด Sunshine mode 2.0 และตัวหน้าจอยังสามารถทำความสว่างสูงสุดได้ถึง 600 nit รองรับการแสดงผลแบบ HDR ความไวของจอสัมผัสถือว่าลื่นติดนิ้วสบาย ๆ เลย

ด้านบนตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องหน้าแบบ POP-UP ความละเอียด 20MP มีขนาดอยู่ที่ 0.8μm พร้อมรูรับแสง ƒ/2.2 ครอบทับด้วยกระจก Sapphire กันรอยขีดข่วน ถัดไปจะเป็นลำโพงสนทนาอยู่ตรงขอบหน้าจอ

มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 48 MP ใช้เซ็นเซอร์ Sony® IMX586 มีขนาด 1.6 μm รูรับแสงกว้าง  ƒ/1.75 กล้องตัวนี้จะใช้เทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ถ่ายในที่แสงน้อยความละเอียดจากกล้องนี้จะออกมาที่ 12MP ต่อมาเป็นกล้อง Tele ความละเอียด 8MP มี ขนาด 1.12 μm รูรับแสง ƒ/2.4 สามารถซูมได้แบบ 2X โดยไม่สูญเสียรายละเอียด และสุดท้ายเป็นกล้องเลนส์ไวด์กว้าง 124.8 องศา ความละเอียด 13MP มีขนาด 1.12 μm รูรับแสง ƒ/2.4 (Fix Focus) ทำให้เราได้กล้องครบทั้ง 3 ระยะ ช่วยให้การจัดองค์ประกอบของภาพถ่ายสนุกขึ้น

ด้านขวาตัวเครื่องเป็นปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง และปุ่ม เปิด-ปิด เครื่องหรือหน้าจอ (ที่ปุ่มมีการทำสีแดงให้ตัดกับสีน้ำเงินของตัวเครื่อง)

ด้านซ้ายของตัวเครื่องโล่งไม่มีปุ่มเลย เฟรมเครื่องเป็นวัสดุอลูมิเนียมที่ทำการชุบโครเมี่ยมเพื่อเพิ่มความเงางาม

ด้านล่างของตัวเครื่อง ซ้ายสุดเป็นถาดใส่ซิมการ์ดรองรับการใช้งาน 2 ซิมเป็นแบบ Dual Slot (ไม่รองรับการใส่ SD Card เพิ่ม) ถัดมาเป็น Port USB Type-C รองรับการชาร์จไวสูงสุด 27W แต่ Adapter ที่แถมมาให้เป็นแบบ 18W ต่อมาเป็นไมค์สำหรับรับเสียง และด้านขวาสุดก็เป็นลำโพงนั่นเอง โดยลำโพงในรุ่นนี้เป็นลำโพงแบบ high amplitude ultra-linear speaker ที่มี Smart PA 10V ทำให้เสียงดังดีมาก ๆ

ด้านบนตัวเครื่อง ขวาสุดเป็นไมค์ตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน ถัดมารุ่นนี้มี Port 3.5 mm. สำหรับต่อหูฟังให้ใช้งานกันด้วย แน่นอนว่าคนเล่นเกมคงถูกใจสิ่งนี้ ส่วนซ้ายสุดเป็นกล้องหน้า POP-UP นั่นเอง

รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Hi-Fi DAC Qualcomm® WCD9340 ที่ช่วยให้เสียงที่ได้ออกมาจากช่องต่อหูฟังดีขึ้นมาก ต่างจาก Mi 9T พอสมควร และยังรองรับเทคโนโลยี aptX-adaptive น้อยรุ่นที่จะรองรับนะ

ขอบด้านข้างของกล้องหน้ายังมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน และแสดงสถานะต่าง ๆ เช่น ตอนเปิดกล้อง ถ้าถามว่าจะแจ้งเตือนได้ยังไง ด้านบนสุดของกล้องจะมีการเจาะรูไว้เป็นวงกลมให้แสงลอดออกมาดูในรูปด้านบนก่อนหน้านี้ได้ มีระบบตรวจจับเมื่อเครื่องมีการตกกล้องหน้าจะหุบเก็บอัตโนมัติ และมีระบบตรวจจับหากมีแรกกดที่กล้องหน้าก็จะทำการหุบเก็บอัตโนมัติเช่นกัน

รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และการสแกนใบหน้าแบบ 2 มิติ เซ็นเซอร์สแกนนิ้วได้มีการพัฒนาขึ้นมาให้รวดเร็วแม่นยำดี ส่วนเวลาปลดล็อคด้วยใบหน้ากล้องหน้าจะเด้งขึ้นมาเพื่อทำการสแกนใบหน้า จากที่ผมได้ลองใช้งาน ถ้าใช้การสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่เนื่องจากกล้องหน้า POP-UP เด้งขึ้นมาค่อยข้างช้า ใช้สแกนลายนิ้วมือสะดวกกว่ามาก * ถ้านิ้วมีความชื้นมากอาจเจออาการปลดล็อคไม่ติดบ้างเป็นเรื่องปกติ *

– ประสิทธิภาพ –

Mi 9T Pro มาพร้อมกับ Qualcomm® Snapdragon™ 855 AIE ที่มีประสิทธิภาพสูง แถมผลิตด้วยกระบวนการผลิตแบบ 7nm ผนวกเข้ากับ Game Turbo ที่มาช่วยรีดประสิทธิภาพของ SOC ให้เล่นเกมดียิ่งขึ้น ความแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน ในเรื่องของการจัดการพลังงาน และความร้อนก็ทำได้ดีมาก ๆ ทำอะไรก็ลื่นไหลไปหมด Storage ก็เลือกใช้เป็น UFS 2.1 ที่มีสปีดอ่านเขียนไวมาก ส่วนใครที่ชอบดู Netflix ก็หายห่วงเพราะมาพร้อมกับระดับความปลอดภัย DRM ที่เป็น L1 สามารถดู Netflix แบบ Full HD ได้เลยซึ่งถือว่าน้อยรุ่นที่ทำได้ตอนนี้ (เน็ตต้องเร็วด้วยนะ) รุ่นที่ผมได้มารีวิวจะเป็นรุ่น Ram 6 GB | Storage 128 GB

ในการใช้งานจริงเปิด 4G เล่น Social ถ่ายรูปทั่งวันก็อยู่ได้ถึงดึกสบายเลย ส่วนตัวผมว่าแบตเตอร์รี่รุ่นนี้อึดพอสมควร ส่วนถ้าเล่นเกมบ้างก็อยู่ได้ถึงประมาณ 6 โมงเย็นสบาย ๆ

– ทดสอบการเล่นเกม –

ในเรื่องของการเล่นเกมมากลื่นติดนิ้วสุด ๆ หน้าจอสัมผัสตอบสนองได้ดี SOC ก็แรงเหลือ ๆ ในเกม PUBG สามารถปรับ Setting ได้สูงสุดที่ภาพแบบ HD และ Frame Rate แบบสูง เล่นได้สมูทมาก ในส่วนของ ROV ก็ไม่ต้องพูดเยอะปรับ Setting แบบ HD เปิดโหมด Framerate สูง และการแสดงผลแบบสูงมากเล่นได้นิ่ง ๆ ที่ 60 fps สบาย ๆ เฟรมไม่มีตก ในขณะเล่นเกมอุณหภูมิเครื่องอุ่น ๆ เท่านั้นไม่รู้สึกร้อนแต่อย่างใด

–  ภาพถ่ายกล้องหลัง  –

Ultra-Wide

Night mode

Normal Mode

– ภาพถ่ายกล้องหน้า –

ใครอยากดูภาพต้นฉบับเพิ่มเติมสามารถตามลิงก์นี้ไปได้เลยครับ

https://photos.app.goo.gl/3x1ECAiwe5nJS3fc7

บทสรุป

Xiaomi Mi 9T Pro เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมลื่น ๆ แต่อยากได้เครื่องที่ดีไซด์สวย จอใหญ่ไร้ติ่ง และยังคาดหวังภาพที่ได้จากการถ่ายภาพให้ออกมาสวย ในงบประมาณเริ่มต้นที่ 13,990 บาท เป็นรุ่น Ram 6 GB | Storage 64GB และอีกรุ่นราคา 14,990 บาท จะเป็นรุ่น Ram 6 | Storage 128 GB สำหรับผมราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ได้ทั้งสเปคที่เร็วแรงตอบโจทย์สำหรับการเล่นเกม โดยจุดเด่นนอกเหนือจากความเร็วแรงที่ผมรู้สึกชอบมาก ๆ คือยังคงการออกแบบตัวเครื่องได้งดงามอย่างลงตัว ให้หน้าจอจอคุณภาพดีให้สีสันที่สวยงาม จึงทำให้รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับคนที่หามือถือไปเล่นเกมจริงจัง มี Lifestyle เท่ ๆ แม้จะเป็นมือถือที่ดูเน้นสำหรับเล่นเกม แต่รุ่นนี้ขอบอกเลยว่ากล้องหลังไม่ธรรมดา ผมประทับใจกับการถ่ายภาพด้วยเจ้า Mi 9T Pro มาก เพราะมันมีโหมดการใช้งานมาให้ครบครันให้เลนส์มา 3 ระยะทำให้มีอิสระในการจัดองค์ประกอบภาพได้สนุกมากขึ้น ที่สำคัญภาพที่ได้จากโหมดกลางคืนมีการพัฒนาขึ้นทำได้ดีมาก สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดเรื่องกล้องของ Mi 9T Pro คือกล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ที่กว้างมาก ๆ ทำให้เราสามารถเก็บภาพมุมกว้างได้สบาย ๆ ถ้าใครที่หามือถือในงบประมาณนี้อยู่ มีลักษณะการใช้งานในแบบที่ผมกล่าวมา Mi 9T Pro ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เล่นเกมก็ดี แถมใช้งานทั่วไปฟังก์ชั่นก็ครบ เพิ่มเทคโนโลยีเด็ดที่ขาดหายไปมาจนครบถ้วน เท่านี้ก็คุ้มเกินราคาไปเยอะพอสมควรครับ จะมีเรื่องติแค่ตรงกล้องหน้าที่เด้งมาปลดล็อกใบหน้าช้ามาก ๆ วันนี้ผมก็จบการรีวิวไว้แต่เพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในรีวิวถัดไป สวัสดีครับ

จุดเด่น

1. เครื่องดีไซด์สวยงาม เท่ ดุดัน เป็นเอกลักษณ์

2. หน้าจอคุณภาพดี สีสันสวยงาม จอเต็มไม่มีติ่งกวนใจ สัมผัสลื่น สามารถสู้แสงได้ดี

3. ใช้วัสดุคุณภาพดีงานกระกอบดี ใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass เฟรมเครื่องเลือกใช้เป็นอลูมิเนียม

4. แบตเตอร์รี่อึด อยู่ได้เต็มวันสบาย ๆ

5. กล้องหลัง 3 ตัวที่คุณภาพดี ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบ ถ่ายกลางคืนเทพกว่าเดิม

6. Qualcomm® Snapdragon™ 855 ประสิทธิภาพสูง เร็ว แรง ลื่นไหล ไม่ร้อน ถูกใจเกมเมอร์

7. มี Hi-Fi DAC มาช่วยเรื่องคุณภาพเสียง พอร์ตหูฟัง 3.5 mm. ยังคงอยู่

8. มีไฟ LED แจ้งเตือนมาให้บนกล้องหน้า POP-UP

9. ราคาจับต้องได้ ในฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน

ข้อพิจารณา

1. เวลาปลดล็อคด้วยใบหน้า กล้องหน้าเด้งเพื่อปลดล็อคค่อนข้างช้า (คิดว่าคงออกอัพเดทซอฟแวร์แก้ได้)

2. ไม่สามารถใส่ Micro-SD Card เพิ่มเติมได้