ท็อปชนท็อป Samsung Galaxy S10 VS Huawei Mate 20 เทียบฟังก์ชั่นแบบยกต่อยก

หลังจากที่ Samsung ได้เปิดตัวซีรี่ย์ Galaxy S10 series สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุด เราจึงอยากลองนำมาเปรียบเทียบกันแบบ มัด ต่อ มัด กับเรือธงระดับเดียวกันอย่าง Huawei Mate 20 Series

ยก 1: พลังแห่งประมวลผล

สำหรับหน่วยประมวลผลของทั้ง 2 ซี่รี่ย์ต่างก็ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นที่ดีที่สุดที่เจ้าตัวได้ผลิตเอง

อย่างของซีรี่ย์ Samsung Galaxy S10  ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Exynos 9820 ชิปเซ็ต ส่วนซีรี่ย์ Huawei Mate 20 ใช้ Kirin 980 ทั้ง 2 ซีรี่ย์ต่างก็ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมระดับ 7 ซึ่งเป็นวิธีการผลิตหน่วยประมวลผลที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุปัน ซึ่งเมื่อเทียบกันใช้งานของหน่วยประมวลผลทั้ง 2 ตัวต่างก็ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานทั่วไป, การเล่นเกมส์ที่ทำได้อย่างลื่นไหล ระบบ AI ที่ให้มาที่มีความชาญฉลาดในการประมวลผลเรื่องต่างๆ ในเครื่องได้ไม่ต่างกัน สำหรับรายละเอียดของหน่วยประมวลผลมีดังนี้

HUAWEI Kirin 980 2 x Cortex-A76 2.6 GHz + 2 x Cortex-A76 1.92 GHz + 4 x Cortex-A55 1.8 GHz Samsung Exynos 9820 Octa 2.7 GHz + 2.3 GHz + 1.9 GHz

ยก 2: การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

สำหรับเรื่องนี้ Huawei ถือเป็นผู้นำในอุปกรณ์มือถือและโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมการันตีด้วยการเป็นเจ้าแรกในโลกที่สามารถสร้างระบบเครือข่าย 5G ได้ เพียงแต่ในซี่รี่ย์ Huawei Mate 20 จะยังจะไม่มี 5G แต่ก็มีฟังก์ชั่น dual-VoLTE พร้อมคุณสมบัติ dual-SIM ช่วยให้ผู้ใช้รับสายในซิมทั้งสองในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ซี่รี่ย์ Samsung Galaxy S10 ก็รองรับฟังก์ชั่น Dual SIM ผ่านช่องเสียบซิมไฮบริด แต่ ๆ ละซิมสามารถจัดการ ๆโทรทีละครั้งเท่านั้น ซี่รี่ย์ Samsung Galaxy S10 ก็ยังมีจุดเด่นเทคโนโลยี Wi-Fi ใหม่อย่างระบบ Wi-Fi 6 802.11AX ใหม่ที่ความเร็ว Wi-Fi ที่เร็วกว่าความเร็วมาตรฐานประมาณ 20% ซึ่งกล่าวได้ว่าทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้เสมอกัน

ยก 3: ความจุของแบตเตอรี่ และการชาร์จ

ดูเหมือนทั้ง 2 เจ้าจะมีความเห็นต่างในเรื่องการใช้งานแบตเตอรี่ อย่าง Samsung เน้นเรื่องลูกเล่นการใช้งานแบตเตอรี่อย่่าง Wireless PowerShare เทคโนโลยีรองรับการชาร์จแบบไร้สายให้กับอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองจาก Qi และอุปกรณ์สวมใส่ของ Samsung ในขนาดที่แบตเตอรี่ยังมีขนาดไม่มากนักมีเพียงรุ่น Samsung Galaxy S10 + เท่านั้นที่มีความจุแบตเตอรี่เกิน 4000mAh ส่วน Huawei จะเน้นเรื่องการใช้งานจริงด้วยความจุแบตเตอรี่ระบบ 4000-5000mAh ใช้งานทั้งวันได้สบาย ๆ แถมยังมี Huawei SuperCharge สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว อีกทั้งใน Huawei Mate 20 Pro ก็ยังมีระบบชาร์จไร้สายเหมือนกันซึ่งต้องไม่ลืมว่าซี่รี่ย์ Huawei Mate 20 เปิดตัวมาแล้วกว่า 4-5 เดือนจึงพูดไม่ได้เต็มที่นักว่า Samsung เป็นผู้นำนัวตกรรมชาร์จไร้สายและถ้าดูเรื่องภาพรวมในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Huawei ดูจะดูดีกว่าสำหรับการใช้งานจริง

ยก 4: เทคโนโลยีการปลดล็อกหน้าจอ

Samsung ใช้ระบบ Ultrasonic Fingerprint เซ็นเซอร์บนหน้าจอโทรศัพท์ จะใช้คลื่นเสียงอัลตร้าโซนิคในการตรวจจับลายนิ้วมือ แบบ 3D ฟังชั่นนี้มีอยู่ใน Galaxy S10 และ S10+ สำหรับ Galaxy S10e มีระบบปลดล็อคสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มพาวเวอร์ซึ่งระบบ Ultrasonic Fingerprint นั้นมีความปลอดภัยที่สูงใช้งานได้ขณะที่หน้าจอเปียก แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลยเพราะระยะเวลาปลดล็อกนั้นจะนานมากขึ้นหรือหากติดฟิลม์ที่มีความหนาจะสแกนนิ้วได้ลำบากแต่ใน Huawei นั้นจะมีตัวเลือกมากกว่าว่าจะใช้งานการสแกนนิ้วจากด้านหลังเครื่องหรือเลือกใช้เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือด้วยแสงบนหน้าจอซึ่งระบบนี้มีการทำงานที่เร็วกว่า Ultrasonic Fingerprint เล็กน้อยฉะนั้นทั้ง 2 ซี่รี่ย์จึงไม่ต่างกันนัก

ยกที่ 5 : แจ็คออดิโอขนาด  3.5 มม

เพราะหูฟังชั้นเยี่ยมนั้นจะมาพร้อมรูปแบบแจ็คออดิโอขนาด 3.5 มิลลิเมตรทั้ง Samsung และ Huawei จึงรองรับช่องหูฟังตัวนี้ แต่สำหรับ Huawei ก็มีจุดน่าเสียดายนิดนึงที่ในรุ่น Huawei Mate 20 Pro นั้นไม่มีช่องต่อแจ็คออดิโอขนาด  3.5 มม มาให้หากต้องการมือถือที่มีแจ็คออดิโอขนาด 3.5 มมก็ต้องมองไปที่รุ่นอื่นแทน

ยกที่ 5 : งานออกแบบ

เพราะเรื่องดีไซน์นั้นเป็นเรื่องของรสนิยมที่สองแบรนด์ที่ต่างใช้การออกแบบที่ทันสมัยเลือกใช้วัสดุชั้นดีในการผลิตเครื่อง อีกทั้งยังมีดีไซน์สีสันที่สดใสไม่แพ้กัน ฉะนั้นหากใครจะบอกว่าใครว่ารุ่นนั้นสวยกว่ารุ่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

ยก 6 : ประสิทธิภาพของกล้อง

จากผลทดสอบจากเว็บ DXOMARK รุ่นท็อปของ 2 ซีรี่ย์อย่าง Samsung Galaxy S10 + และ Huawei Mate 20 ต่างได้คะแนนการถ่ายภาพเป็นอันดับ 1 ของเว็บ (ร่วมกับ P20 Pro ด้วย) โดดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพในภาพรวมทุกๆด้าน ไม่ว่าเรื่องการถ่ายภาพแบบมุมกว้าง การจับโทนสีได้อย่างชัดเจน การถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่ยอดเยี่ยม ระบบ AI ที่ช่วยประมวลผลการถ่ายภาพได้อย่างชาญฉลาดซึ่งหากจะสรุปก็ต้องบอกได้ว่า Samsung และ Huawei สามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างเยี่ยมยอดไม่ต่างกัน

ยก 7 : หน่วยความจำ

สำหรับรุ่นจำหน่ายในเมืองไทยนั้น Samsung มีราคาที่สูงกว่าอย่างชัดเจนจึงมีหน่วยความจำที่มากกว่าโดยประกอบไปด้วย

  • Samsung Galaxy S10e

– RAM 6GB ROM128GB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 512GB ราคา 26,900 บาท

  • Samsung Galaxy S10
    – RAM 8GB ROM128GB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 512GB ราคา 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+
    – RAM 8GB ROM 128GB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 512GB ราคา 35,900 บาท
    – RAM 8GB ROM 512GB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 512GB ราคา 44,900 บาท
    – RAM 12GB ROM 1TB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 512GB ราคา 55,900 บาท

ส่วน Huawei นั้นจะมีราคาที่ถูกกว่าอย่างชัดเจน ในประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกันแต่จะมีหน่วยความจำที่น้อยกว่าเล็กน้อยโดยมีรายละเอียดตามนี้

  • Huawei Mate20

– RAM 6GB ROM128GB เพิ่ม NM Card ได้สูงสุด 256GB ราคา 21,990 บาท

  • Huawei Mate 20 X
    – RAM 6GB ROM 128GB เพิ่ม NM Card ได้สูงสุด 256GB ราคา 28,990 บาท
  • Huawei Mate 20 Pro
    – RAM 6GB ROM 128GB เพิ่ม NM Card ได้สูงสุด 256GB ราคา 29,990 บาท

โดยสรุปจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 2 ซีรี่ย์มีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการใช้งานทั่วๆ ไป การถ่ายภาพ, ดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ระบบการเชื่อมต่อต่างๆ แต่ก็มีจุดเด่นจำคัญที่อาจเป็นจุดสำหรับการเลือกซื้อได้อย่างในรุ่น Samsung Galaxy S10 และ Samsung Galaxy S10+ จะมีหน่วยความจำมากกว่า ส่วนซี่รีย์ Mate20 นั้นจะมีแบตเตอรี่ที่ชาร์จเร็วกว่า ใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า และมีราคาที่ถูกกว่าด้วย ซึ่งถ้าจะบอกให้เลือกตัวไหนเป็นพิเศษก็ต้องบอกว่าควรเลือกที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนให้มากที่สุดนั้นเอง

About harit suttisaksri

Harit Suttisaksri I'm Blogger FB : Harit Suttisaksri

View all posts by harit suttisaksri →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *